น้ำแข็งไสหวานๆเย็นๆ
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 

 
อากาศหน้าร้อนแบบนี้ ผมเชื่อว่าขนมหวานเย็นๆ อร่อยๆ สักถ้วย คงช่วยดับกระหายคลายร้อนได้ดีไม่น้อย โดยเฉพาะสำหรับบ้านเราด้วยแล้ว น้ำแข็งใส หรือ น้ำแข็งใส่น้ำหวาน ก็คงเป็นเมนูนึงที่เชื่อว่าคนไทยทุกคนเคยผ่านลิ้มลองมาบ้าง สำหรับผมก็ตั้งแต่จำความได้จนโตมา ก็คุ้นเคยกับขนมหวานประเภทนี้เหมือนกัน น้ำแข็งใส เป็นขนมหวานประเภทหนึ่ง ที่มีการเอาน้ำแข็งมาบดให้ละเอียด แล้วราดด้วยน้ำหวานสีต่างๆ แล้วแต่รสชาด แล้วราดด้วยนมอีกที กินแล้วจะรู้สึกเย็น สดชื่น คลายร้อนได้อย่างปลิดทิ้ง แต่ปัจจุบันได้มีการพัฒนาของน้ำแข็งใสมาเรื่อยๆ ตั้งแต่มีการใส่ขนมปัง  ชิ้นผลไม้ทั้งแบบสุกแบบเชื่อมลงไป เพื่อเพิ่มรสชาดและคุณค่าทางอาหารเข้าไป..บางแห่งจะมีเติมเนื้อสตอเบอรี่ แอปเปิ้ลก็จะมีคุณค่าทางวิตามิน แถมยังมีสารต้านอนุมูลอิสระอีกด้วย...
 

จริงๆแล้วชื่อนี้ไม่มีใครรู้ว่ามาจากไหน แต่ถ้าเดาไม่ผิด (คิดเองนะคับ++) น่าจะมีมาจากคำว่า “น้ำแข็งไส” (ไม้-มลาย) ก่อนคำว่า “น้ำแข็งใส” ที่ใช้ในปัจจุบัน ที่สันนิษฐานแบบนี้เพราะว่าในสมัยก่อนนั้นบ้านเรายังไม่มีเครื่องไม้เครื่องมือสำหรับบดน้ำแข็ง  ทั่วไปก็จะใช้เป็นเครื่องไสที่ทำจากเหล็กสแตนเลสอยู่บนฐานที่เป็นไม้ โดยที่คนทำจะมีการเอาก้อนน้ำแข็งว่าบนฐานไม้นี้ แล้วทำการไสก้อนน้ำแข็งผ่านซี่เหล็กสแตนเลสที่มีความคมนี้ น้ำแข็งที่ถูกไสก็จะหล่นเป็นเกล็ดน้ำแข็งเล็กๆ ลงบนถ้วยที่รองอยู่ทางด้านล่าง....ก็เลยอาจเป็นที่มาของคำว่า “น้ำแข็งไส” ก็เป็นไปได้

วิธีการทำ

น้ำแข็งใส เกล็ดหิมะ
ส่วนผสมน้ำแข็งใส เกล็ดหิมะ
  1. นมสด  1 ถ้วย
  2. นมข้นหวาน  1 ถ้วย
  3. สตอเบอรี่
  4. ช็อคโกแลตชิป
  5. โอลีโอ้
  6. ท็อปปิ้ง สตอเบอรี่
  7. น้ำแข็งก้อนใหญ่

วิธีทำน้ำแข็งใส เกล็ดหิมะ
  • นำนมสดและนมข้นหวาน ตั้งไฟคนให้เข้ากัน
  • เสร็จแล้ว เอาน้ำแข็งมาใส่ให้เป็นเกล็ด
  • นำนมที่เราเตรียมไว้ราดลงไปบนน้ำแข็งเกล็ด เอาสตอเบอรี่ ช็อคโกแลตชิป โอลีโอ้ วางไว้ด้านบน และราดท็อปปิ้ง สตอเบอรี่อีกครั้ง
 
 
 
 
 
 
น่ากินสุดๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ~
 
 
 
 

 
 
 
สีเเดงช้ำราดนมหวานๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
 
 
 
 
 
 
เครื่องตามความชอบ><
 
 
น่ากินเน๊อะ><
 
 
 
 
 
 
จบจ้าาา~~~~~~~~~~~~~

โปรแกรมภาษาคอมพิวเตอร์

posted on 09 Jul 2011 13:50 by kantawatearth
โปรแกรมภาษา java
 
 จาวาแพลตฟอร์ม และ ภาษาจาวา
 

เนื่องจากชื่อที่เหมือนกัน และการเรียกขานที่มักจะพูดถึงพร้อมกันบ่อยๆ ทำให้คนทั่วไป มักสับสนว่า ภาษาจาวา และ

จาวาแพลตฟอร์ม เป็นสิ่งเดียวกัน

ในความเป็นจริงนั้น ทั้งสองสิ่ง แม้จะทำงานเสริมกัน แต่ก็เป็นสิ่งที่แยกออกจากกัน

โดย ภาษาจาวานั้น คือภาษาสำหรับใช้เขียนโปรแกรมภาษาหนึ่ง ดังที่ได้อธิบายไปข้างต้น ส่วน จาวาแพลตฟอร์มนั้น คือสภาพแวดล้อมสำหรับการใช้งานโปรแกรมจาวา โดยมีองค์ประกอบหลักคือ จาวาเวอร์ชวลแมชีน (Java virtual machine) และ ไลบรารีมาตรฐานจาวา (Java standard library)

โปรแกรมที่ทำงานบนจาวาแพลตฟอร์มนั้น ไม่จำเป็นจะต้องสร้างด้วยภาษาจาวา เช่น อาจจะใช้ ภาษาไพทอน (Python) หรือ ภาษาอื่นๆ ก็ได้

ส่วนภาษาจาวานั้น ก็สามารถนำไปใช้พัฒนาโปรแกรมสำหรับแพลตฟอร์มอื่นได้เช่นเดียวกัน เช่น คอมไพเลอร์ gcj สามารถคอมไพล์โปรแกรมที่เขียนด้วยภาษาจาวา ให้ทำงานได้ โดยไม่ต้องใช้ จาวาเวอร์ชวลแมชีน

 
 1. Download compiler
 
Java 2 Platform, Standard Edition (J2SE) [http://java.sun.com/j2se/1.4/download.html]
มี ตัวแปรที่หลายบริษัทสร้างขึ้น แต่ตัวที่เป็นมาตรฐานคือของ sun และ java กำลังอยู่ในระหว่างการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ผมขอเลือก J2SE ของ sun เพราะใช้งานใน text mode นำไปใช้ใน linux ก็มีหลักการเหมือนกัน แต่ถ้าเป็นของบริษัทอื่น ส่วนใหญ่ต้องใช้ใน Windows ไม่อย่างยึดติดกับ OS จึงเลือกที่จะใช้ J2SE สอนนักศึกษา
แต่ บริษัทต่าง ๆ พัฒนาตัวแปลเป็นระบบ IDE (Integrated development environment) ซึ่งใช้ง่ายกว่า ส่วน J2SE แม้ไม่มี IDE ในตัว แต่มีโปรแกรมหลายตัวที่นำมาใช้เป็น editor แล้วเรียก J2SE มาแปล และใช้งานได้สะดวกขึ้น เช่น kawa เป็นต้น
 
 

ชุดโปรแกรมพัฒนา java

บริษัท
Java developer Kit(JDK) Java.sun.com(Java soft)
Visual cafe Symantec
JBuilder (tutorial by Michael J. Donahoo) Borland
JDeveloper Oracle
Visual age for java IBM
Visual J++

Microsoft

 

 
 

2. เตรียมสภาพแวดล้อม

 
2.1 วิธีสร้าง short cut
    สร้าง short cut ไว้บน Desk top เพื่อให้เรียกใช้ได้ง่าย
  1. Right click บน Desk top จะมี pop-up menu ขึ้นมา
  2. เลือก New, Short cut
  3. พิมพ์ c:\windows\command.com ในช่องว่างที่อยู่เหนือคำว่า Browse..
  4. เมื่อกดปุ่ม Next จะแสดงคำว่า MS-DOS Prompt ให้เปลี่ยนเป็นคำว่า JAVA จะได้จำง่ายแล้ว กดปุ่ม Finish
  5. ให้ใช้ Mouse วางเหนือ Icon แล้วกดปุ่ม Right click แล้วเลือก Properties จะปรากฏภาพดังด้านล่าง ให้แก้ Working และ Batch file

2.2 การสร้าง short cut ชื่อ java เรียก c:\windows\command.com บน desktop

    หน้าที่ ของ short cut นี้คือการเข้าสู่ DOS ทำให้นักพัฒนาสามารถเขียนโปรแกรมภาษา JAVA ได้โดยง่าย แบบไม่ใช้โปรแกรมช่วยอื่น แต่ใช้โปรแกรมของ Windows ที่เตรียมมาให้เท่านั้น ส่วนนี้ต้องทำหลังจาก install ตัวแปลภาษา J2SDK เรียบร้อยแล้ว
    ทุก ครั้งที่จะเขียนโปรแกรมให้เรียก short cut นี้ ทำให้มีการ set path ผ่าน setclass.bat อัตโนมัติ และเข้าไปในห้องชื่อ c:\thaiall.com\class ซึ่งกำหนดเป็น working directory สำหรับห้องนี้เป็นห้องที่ผมกำหนดไว้เก็บ .java .class หรือ .htm ทั้งหมดที่เตรียมสำหรับการพัฒนา java สำหรับท่านก็ต้องเปลี่ยนเป็นชื่อห้องที่ท่านคิดจะเก็บ source code ทั้งหมด

2.3 Code ในแฟ้ม setclass.bat (version ของ java ให้เปลี่ยนตามรุ่นที่ท่านมี)

c:\thaiall.com\class>edit setclass.bat
    doskey
    path=%path%;c:\j2sdk1.4.0_03\bin
    

 


 

3. เขียนโปรแกรมด้วย editor

หลัก จากเรียก short cut ชื่อ java จะเข้าสู่ DOS mode ให้เรียกโปรแกรมชื่อ edit ซึ่งเป็นโปรแกรมของ dos แล้วตามด้วยชื่อโปรแกรมพร้อมนามสกุลดังตัวอย่าง จากนั้นก็พิมพ์ตัวอย่างโปรแกรมตามด้านล่างนี้เลย ตัวพิมพ์ใหญ่ พิมพ์เล็กต้องเหมือนผมนะครับ
 
 
c:\thaiall.com\class>edit prthello.java
    class prthello {
      public static void main(String args[]) {
        System.out.println("hello");
      }
    }
    

หลัง พิมพ์โปรแกรมแล้วให้จัดเก็บด้วยการกด Alt-F-S เพื่อจัดเก็บ แล้วออกจากโปรแกรมด้วย Alt-F-X แต่โดยปกติผมจะกดปุ่ม Alt-F-X แล้วโปรแกรมจะถามว่าจัดเก็บหรือไม่ ก็จะตอบว่า Yes ไม่ต้องเรียกเมนู 2 รอบ จากนั้นก็จะออกมาที่ DOS prompt